วันเสาร์, กันยายน 25, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTSจับตา“2 ป.”ตั้งพรรคสู้ ดัน“บิ๊กฉิ่ง”สวมบท “มท.4”
- Advertisment -spot_imgspot_img

จับตา“2 ป.”ตั้งพรรคสู้ ดัน“บิ๊กฉิ่ง”สวมบท “มท.4”

ใครเห็นภาพโชว์หวานระหว่าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชารัฐ (พปชร.) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564  

คงเชื่อไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า วันนี้ อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งก้าวเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะเป็นนักการเมืองเต็มตัว เพราะเก่งทั้งสร้างภาพ เพื่อหวังกลบรอยร้าวกับพี่ผู้ร่วมรบ หรือหลายครั้งพร้อมเล่นบทโหด เพื่อรักษาสถานภาพของตัวเอง ก็พร้อมลงมือทันที จึงไม่แปลกหากจะมีใคร ตั้งฉายาให้ “นายกฯลุงตู่” ว่าเป็น “นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาคนที่สอง”

แม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อลดช่องว่างระหว่าง ส.ส.พลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดโอกาสให้ ส.ส. แกนนำรัฐบาลได้เข้าพบ เริ่มตั้งแต่ช่วงถูกเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อเนื่องถึงการลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาต่างๆ  

กรุง ศรีวิไล

อย่างเช่นดึง ส.ส.พปชร.สมุทรปราการ อาทิ นายกรุง ศรีวิไล และน.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ให้เข้าร่วมติดตามภารกิจเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตรวจเยี่ยมสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

และตรวจความพร้อม แผนป้องกันน้ำท่วม ในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่สะพานยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร โดยนายกฯ ได้ย้ำกับส.ส.ว่า เราเป็นส.ส. ไม่ใช่ว่าจะให้เฉพาะความต้องการเขาอย่างเดียว จะต้องให้หลักคิดกับเขาด้วย ว่าหากต้องการอย่างนี้ จะต้องทำอย่างไร ส่วนโครงการต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องเสนอเข้ามาในรัฐบาล

ก่อนหน้านั้นมักมีข่าว หัวหน้ารัฐบาลเป็นบุคคลที่เข้าพบยาก มิค่อยเปิดรับข้อมูล ติดอยู่ในวงล้อมทีมงานฝ่ายเสธฯ ส่วนกระทรวงมหาดไทยภายใต้การดูแลของ “บิ๊กป็อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เจ้าของรหัส “มท.1” ก็ถูกส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลวิจารณ์ว่า ติดอยู่บนหอคอยงาช้าง เวลาขอเข้าพบ หวังให้ช่วยผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อสร้างฐานคะแนนเสียง กลับไม่ได้รับความร่วมมือ 

จนนำมาสู่ความไม่พอใจของส.ส.พปชร.จำนวนหนึ่ง นำสู่การเคลื่อนไหวผลักดันให้ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพปชร. เข้ามารับตำแหน่งรมว.มหาดไทย เพื่อตอบสนองความต้องการส.ส.ช่วยสร้างคะแนนเสียงให้กับพปชร. ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง  จนทำให้ ใครบางคนคนคิดการใหญ่ นำมาสู่การสั่งปลด “ผู้กองธรรมนัส” และ “นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์” พ้นจากการเป็นรัฐมนตรี 

ทั้งๆ ที่บุคคลทั้งสองถือเป็นขุนพลที่มีความสำคัญ ทำงานเคียงคู่ “หัวหน้าพปชร.” มาตลอด คนหนึ่งเป็นเลขาธิการพรรค อีกคนเป็นเหรัญญิกพรรค ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ “บิ๊กป้อม” ให้ความไว้วางใจ  

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลครั้งนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ยืนยันว่า เป็นอำนาจของตัวเอง และยืนยันว่า ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับ “บิ๊กป้อม” ในฐานะพี่ใหญ่แห่ง 3 ป.

3 ป. 3 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์

“เรื่องใดที่เป็นเรื่องของการเมือง เรื่องของสภาก็เป็นเรื่องของส.ส. ในสภาที่จะว่ากันไป ในเรื่องความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ซึ่งทราบว่าเมื่อสักครู่สื่อมวลชนก็วิ่งไปถามดักพล.อ.ประวิตร ว่าผมเคลียร์กับพี่ป้อมหรือยัง ยืนยันว่า ผมไม่จำเป็นต้องเคลียร์ เห็นหน้าก็รู้ใจ

ต่างคนต่างรู้ใจซึ่งกันและกัน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นในการทำงาน การดำเนินการอะไรก็ตามก็ ขอให้เป็นไปตามกติกา ตามระบอบประชาธิปไตยของเรา อันไหนที่เป็นอำนาจของนายกฯ ที่ผมสามารถทำได้ผมก็ทำของผม ซึ่งไม่มีวันที่จะไม่เข้าใจกัน ยืนยันอีกครั้งนะครับ”

นอกจากการประชุมคณะกรรมการประสานงาน(วิป) พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ส่ง “นายอนุชา บูรพชัยศรี” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้าร่วมประชุมด้วย โดยนายอนุชาให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมว่า จะเข้ามาทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งในด้านที่นายกฯจะได้รับทราบ ข้อกังวลประเด็นต่างๆ ของสมาชิกโดยตรง  หลังจากนี้เมื่อมีการประชุมวิปทุกครั้งตนก็จะเข้าทุกครั้ง

เมื่อถามว่า จะเก็บรายละเอียดเรื่องต่างๆ หรือปัญหาที่ ส.ส.เสนอไปเรียนนายกฯด้วยใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถูกต้อง ประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อสังเกต ข้อกังวล หรือประเด็นที่จะนำเข้าที่ประชุมสภา ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนิติบัญญัติของส.ส. จะนำไปเรียนให้ฝ่ายบริหารได้รับทราบถึงข้อกังวลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

จะเห็นว่า ทั้งการลงพื้นที่ ดึงส.ส.ไปร่วมกิจกรรม ส่งตัวแทนเข้ารับฟังปัญหาจากวิปรัฐบาล ช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า หัวหน้ารัฐบาลปรับแนวทางการทำงาน เพื่อใกล้ชิดส.ส.มากยิ่งขึ้น ไม่ให้ตกอยู่ในสภาพขาลอยเหมือนช่วงที่ผ่านมา จนเกือบต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ

ขณะที่หัวหน้าพปชร.ก็ยืนยันว่า  จะไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค ทั้ง “ร.อ.ธรรมนัส” และ “นางนฤมล” ก็ยังทำงานอยู่ตำแหน่งเดิม ซึ่งการออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ เท่ากับตอกย้ำว่า ยังต้องการทำงานกับบุคคลทั้งสอง เพราะรู้ใจและให้ความเชื่อมั่นว่า บุคคลทั้งสองจะช่วยนำพาพรรคให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น อีกทั้งยังส่งสัญญาณให้ใครรู้ว่า มีอำนาจเต็มในการดูแลพปชร.

ฉัตรชัย พรหมเลิศ cr / www.thaigov.go.th

อีกทั้งจากปัญหาความขัดแย้งในพปชร. หวังนำมาสู่การเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนในรัฐบาล ยังมีกระแสตามมาว่า  พี่รองและน้องเล็กซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “2 ป.” ยังสนับสนุน “บิ๊กฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย” ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ หลังดำรงตำแหน่งมา 4 ปีเต็มๆ  

ด้วยเหตุทำงานเข้าขากับ “บิ๊กป๊อก” ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง มท.1 มาร่วมกว่า  6 ปี

เดินหน้าตั้งพรรคสำรอง ทำงานควบคู่ไปกับพปชร. ซึ่งอาจใช้ชื่อ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” เพราะเคยเป็นประโยคที่หัวหน้ารัฐบาลพูดถึงบ่อยๆ ในช่วงประเทศไทยกำลังสู้กับโควิดรอบแรก นอกจากนี้ “นายฉัตรชัย” ยังเข้ามาช่วยคลี่คลายวิกฤติการเมืองให้ “พล.อ.อนุพงษ์” รอดพ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถูกโจมตีในประเด็นต่างๆ ผนวกกับเครือข่าย คอนเน็คชั่น ของปลัดมหาดไทย หลังดำรงตำแหน่งสำคัญมาหลายปี แถม ยังวางเครือข่าย ไว้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับนายอำเภอจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด

รวมถึงเครือข่ายทางการเมืองและทางธุรกิจที่สะสมไว้หลายปี ตลอดจนเป็นคนที่รู้จักสนิทสนมกับ นักการเมืองแทบทุกพรรค เรียกว่างานนี้มีลุ้น อาจเป็นเป็นทางเลือกหรือทางหลัก เพราะการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

แต่สำคัญกว่านั้นยังมีข่าวตามมา ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเกิดขึ้น เพื่อทดแทนการพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ “ผู้กองธรรมนัส” และ “นางนฤมล” หนึ่งในบุคคลที่จะถูกผลักดันให้มีบทบาทฝ่ายบริหารคือ “นายฉัตรชัย” ให้เข้ามารับตำแหน่ง “รมช.มหาดไทย” ซึ่งหมายถึงรหัส “มท.4” เพื่อช่วยผลักดันโครงการต่างๆ ความต้องการของนักการเมือง ในสังกัดพปชร. รวมถึง พรรคน้องใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนเสียง และผลการเลือกตั้งในอนาคต

จึงไม่แปลก ถ้าจะมองว่า การเดินเกมของ “2 ป.” ไม่ใช้เพียงแค่ตั้งรับ แต่ยังเดินหน้ารุก เพื่อไม่ให้ถูกพวกเดียวกับตลบหลัง ช่วยตอกย้ำ การเมือง-อำนาจ-ผลประโยชน์ ใครเข้ามาเกี่ยวข้อง ยากจะถอนตัวได้จริงๆ

…………………

คอลัมน์ : ล้วง-ลับ-ลึก

โดย.. “แมวสีขาว”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img