วันอังคาร, ธันวาคม 6, 2022
หน้าแรกNEWS“มท.1”ชี้หากมรสุมไม่ซ้ำเติม จัดการน้ำได้ ไม่ซ้ำรอยปี 54
- Advertisment -spot_imgspot_img

“มท.1”ชี้หากมรสุมไม่ซ้ำเติม จัดการน้ำได้ ไม่ซ้ำรอยปี 54

“บิ๊กป๊อก” ชี้หากมรสุมไม่ซ้ำเติม จัดการน้ำได้ ไม่ซ้ำรอยปี 54 ย้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำยังไม่กระทบกทม.

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 5 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า คาดว่ามวลน้ำ จะมาถึงจ.อุบลราชธานี ในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันที่พีคสุด อย่างไรก็ตามในขณะนี้ระดับแม่น้ำโขงยังต่ำกว่าตลิ่ง ฉะนั้นจะเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบ ของ จ.อุบลราชธานีได้มากที่สุด ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำของเขื่อนชัยนาทและเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อบวกกับแม่น้ำป่าสัก ปริมาณน้ำยังไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ถ้าไม่มีฝนเติมเข้ามาอีก

เมื่อถามว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมจะไม่ซ้ำรอยกับปี 2554 ใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องมีสมม ติฐาน ถ้าไม่มีพายุหมุนฤดูร้อนเข้ามาอีก หรือร่องมรสุมพาดผ่าน ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะมีร่องมรสุมที่มาจากอิทธิพลความกดอากาศจากประเทศจีน ทำให้ร่องมรสุมต่ำทำให้เกิดฝนทางภาคใต้ของไทย ถ้าเป็นอย่างนั้น ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือจะได้รับผลกระทบน้อย ส่วนปี 2554 มีพายุหมุนฤดูร้อน 3 ลูก และมีร่องมรสุมพาดผ่านติดต่อกัน 3 ครั้ง จึงทำให้มีฝนมาก และระบายน้ำไม่ทัน แต่ปีนี้จะหนักในบริเวณน้ำไหลผ่าน ถ้าไม่มีมรสุมหรือร่องมรสุมเข้ามาอีก จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้

เมื่อถามต่อว่า ทุกพื้นที่มีแผนการรับมือ และแผนการเยียวยาประชาชนไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าเมื่อเรารู้สถานการณ์น้ำก็จะต้องประเมินสถานการณ์ เมื่อทราบว่ามวลน้ำอยู่ที่ไหนแล้วจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในเรื่องที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และการสัญจร เราต้องเตรียมการ เช่น ที่พักพิงและการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกันดำเนินการ ส่วนเรื่องแผนเยียวยาเรามีระเบียบกระทรวงการคลังอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่า ถ้าเริ่มฟื้นฟูเยียวยาได้ ก็ให้เร่งสำรวจความเสียหายโดยเร็ว ดังนั้นทุกฝ่ายเตรียมการเรื่องข้อมูลในทุกพื้นที่ไว้แล้ว จะเร่งสำรวจและเร่งจ่ายเงินเยียวยาโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ที่อาศัยที่จะเข้าไปซ่อมแซม

เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวบ้านเกิดความขัดแย้งให้ระบายน้ำ จะทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ประชาชนบางส่วนไม่อยากให้ปล่อยน้ำไปที่ทุ่ง ต้องสร้างความเข้าใจว่า เราไม่สามารถยั้งน้ำเหนือได้ อย่างไรก็ต้องไหลผ่าน ถ้าไม่เปิดก็อาจจะท่วม และเปิดประตูระบายน้ำ ฉะนั้นต้องปล่อย ในขณะที่ชาวบ้านบางคนขอให้ทยอยปล่อย เพื่อให้น้ำทยอยไป และส่งผลกระทบน้อยลง ถ้าปล่อยมากจะได้รับผลกระทบมาก ฉะนั้นจึงต้องสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่าเราต้องปล่อยเพื่อให้น้ำผ่านไปทัน ไม่ใช่ปล่อยจนกระทบมาก โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ดูแลเรื่องนี้เพราะน้ำจะเชื่อมต่อกันหมด จึงต้องดูว่าจะเปิดหรือปล่อยน้ำที่ไหน

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img